จากสถานการณ์การแพร่ระบาด covid-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย บริษัทต่างๆก็ได้มีการออกนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home กันมากขึ้นในหลายอาชีพ เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 ซึ่งนั่นคือผลดีของพนักงาน ที่จะได้ลดความเสี่ยงในการออกจากบ้าน การเดินทาง การใช้บริการรถสาธารณะ ที่อาจจะเกิดความเสี่ยงในการรับเชื้อได้ แถมยังได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่คุ้นชินอย่างเช่นที่บ้าน โดยบางบริษัทก็ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบางบริษัทที่ยังอยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อม
สำหรับบริษัทไหนที่กำลังวางแผนในการ Work from Home น้องนาวมี 8 ข้อหลักๆที่นายจ้าง ควรรู้ ก่อนตัดสินใจให้พนักงานทำงานที่บ้านมาฝากกันค่ะ
1. เริ่มจากความคิดและมุมมองของนายจ้างก่อน
แน่นอนว่าสถานกาณ์โควิดเช่นนี้ เป็นสถานกาณ์ฉุกเฉิน ที่แต่ละบริษัทย่อมได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ซึ่งแต่ละบริษัทก็ต้องหาแนวทางหรือวิธีการต่างๆ มาใช้ในบริษัท เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไป ให้ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุดและไม่สะดุดตามไปด้วยใช่ไหมหล่ะค่ะ ดังนั้นการจะตัดสินใจ Work from Home นายจ้างก็คือผู้นำทัพ ที่จะต้องเริ่มคิด เริ่มวางแผน เริ่มทำ เริ่มตัดสินใจ อย่างละเอียด รอบคอบ ทุกด้านค่ะ
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : เปิดใจ มองมุมกลับ ปรับมุมมอง ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ประชุมทีมหัวหน้าแต่ละส่วน แต่ละฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจ รับฟังความคิดเห็น และกล้าที่จะเริ่มต้น และอย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงนะคะ
2. อบรมให้ความรู้กับพนักงานเรื่องอินเตอร์เน็ต
พูดถึงอินเตอร์เน็ต น้องนาวเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พี่ๆทุกคนใช้กันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ทั้งทางคอมพิวเตอร์หรือทางสมาร์ทโฟน แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่ทุกคนไปทำงานนอกสถานที่ เช่น ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ หรือพื้นที่สาธารณะ ที่มี Wi-Fi สาธารณะให้ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวก แต่นั่นก็ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจจะโดนขโมยข้อมูลสำคัญได้เช่นกันนะคะ
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : ให้ข้อมูล ความรู้ที่ถูกต้องแก่พนักงาน ให้พนักงานหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูล หรือส่งไฟล์เอกสารสำคัญของบริษัท ผ่านทาง Wi-Fi สาธารณะ แต่ถ้าจำเป็นส่งข้อมูลสำคัญจริงๆ ควรหันมาเชื่อมต่อผ่าน VPN (Virtual private network) และ ปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi อัตโนมัติทุกครั้งหลังการเชื่อมต่อด้วยนะคะ
3.มีตำแหน่งอะไรบ้างในบริษัทที่สามารถทำงานที่บ้านได้หรือไม่ได้
ใน 1 บริษัทไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ ย่อมมีการแบ่งการทำงานหรือหน้าที่ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะแบ่งเป็นฝ่าย เป็นส่วน หรือเป็นทีม โดยจะมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก็อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถ Work from Home ได้
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : นายจ้างควรแบ่งแยกส่วนงานตามลักษณะงาน กำหนดตำแหน่งที่อนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้อย่างชัดเจนเช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล ฝ่ายออกแบบ เป็นต้น และให้เหตุผลกับตำแหน่งที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ เช่น ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต เป็นต้น เพื่อป้องกันการเกิดความสับสนหรือการขัดแย้งกันของพนักงานค่ะ
4. กำหนดเป้าหมายการทำงานให้ชัดเจน
การใช้เรื่องชั่วโมงการทำงานเป็นหนึ่งในตัววัดผลแบบที่ทำเคยทำตอนอยู่ที่ออฟฟิศอาจะใช้ไม่ได้ผลมากนักกับการทำงานจากที่บ้าน เพราะฉะนั้นบริษัทจึงควรกำหนดเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน โดยวัดจากผลลัพธ์ของการทำงานแทน
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : กำหนดวันในการนำเสนอผลงานที่ชัดเจน เพื่อให้พนักงานจัดการงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในเวลาที่กำหนด
5. กำหนดเวลาทำงานที่ชัดเจน
เมื่อได้รับการอนุญาตให้ทำงานที่บ้าน น้องนาวเชื่อว่าพี่ๆหลายๆคนต้องร้องเย้!! กันแน่นอน เพราะจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้า รีบแต่งตัว กลัวรถติด ชีวิตเร่งรีบ แถมไม่ต้องเดินทางมาเสี่ยงกับโรคโควิด19นี่อีก จะทำงานตอนไหนก็ได้ จะกินอะไรไปด้วยก็ได้ จะพักตอนไหนก็ได้
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : ควรกำหนดเวลาการทำงานให้ชัดเจน เช่น 09.00-18.00 น. เป็นต้น อาจจะเป็นไปได้ยากที่นายจ้างจะต้องมาเช็คชื่อพนักงานทุกคนเช้า-เย็น แต่สมัยนี้เทคโนโลยีมีมากมาย สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาในช่วงทำงาน แต่อย่าลืม นอกเวลาทำงานก็ควรปล่อยให้เป็นเวลาพักผ่อนหรือเวลาส่วนตัวของพนักงานด้วยนะคะ
6. ประสิทธิผลการทำงานมาจากความเชื่อใจพนักงาน
ไม่ว่านโยบายการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home นั้นจะเป็นเรื่องปกติหรือเรื่องเร่งด่วน น้องนาวว่า ความไว้วางใจ คือปัจจัยพื้นฐานแห่งความสำเร็จนะคะ การทำงานจากที่บ้านจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น ขึ้นอยู่ว่า นายจ้างไว้ใจให้พนักงานทำงานตามความรับผิดชอบด้วยตนเองมากน้อยแค่ไหน แม้ในแบบที่ไม่ได้เจอหน้ากันก็ตาม
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : ไม่ควรจับผิด จุกจิก หรือกดดันพนักงานทุกคนมากจนเกินไป ควรให้ความไว้ใจพนักงานหรือลูกทีมของคุณ พนักงานส่วนใหญ่มักจะขอบคุณที่นายจ้างด้วยซ้ำ ที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของพนักงาน และแน่นอนไม่มีพนักงานคนไหนอยากโดนลดเงินเดือน หรือโดนปลดจากสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ พนักงานส่วนใหญ่จึงพร้อมทำงานให้ดีที่สุด เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง และบริษัทของเขานั่นเองค่ะ
7. ให้ความเท่าเทียมไม่ว่าจะทำงานจากที่ใดก็ตาม
อย่างที่น้องนาวบอกไว้ในตอนแรก การ Work from Home อาจจะไม่สามารถทำได้กับทุกคนหรือทุกตำแหน่งในบริษัท หรือบางคนอาจมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้หรือมีความจำเป็นที่จะต้องทำงานที่ออฟฟิศ
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : รับฟังเหตุผลหรือความคิดของพนักงานอย่างเปิดกว้าง ให้ความเท่าเทียมกันระหว่างพนักงานที่มาทำงานที่ออฟฟิศ กับพนักงานที่ทำงานที่บ้าน ไม่นำการทำงานที่บ้านมาเป็นเหตุผลในการปลดหรือไล่พนักงานออกนะคะ
8. ให้ความชัดเจนว่าบริษัทเตรียมอุปกรณ์ให้ยืมใช้ หรือพนักงานต้องเตรียมเอง
ปกติทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ ก็จะต้องมีคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร อุปกรณ์สำนักงานต่างๆให้พนักงานได้ใช้ เมื่อให้พนักงานทำงานที่บ้าน ก็ควรคิดถึงข้อนี้ด้วยเช่นกันนะคะ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ อุปกรณ์ต่างๆ จะต้องถูกนำออกจากบริษัท จึงต้องมีมาตรฐานป้องกันการสูญหายด้วยค่ะ
สิ่งที่นายจ้างควรทำ : อนุญาตให้พนักงานนำอุปกรณ์ต่างๆไปใช้ ด้วยความจำเป็น และมีการตกลงทำเอกสารให้ชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันการชำรุดหรือสูญหาย เมื่อสถานการณ์โควิด19 ผ่านไป ทุกคนก็ควรนำอุปกรณ์ต่างๆกลับมาใช้ที่ออฟฟิศได้อย่างเดิมนั่นเองค่ะ
เมื่อนายจ้างพร้อม พนักงานพร้อม ถือเป็นความร่วมมือกันในการทำงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทได้วางไว้ และอีกอย่าง น้องนาวว่า หัวใจสำคัญของการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ก็คือ “การสื่อสาร” ทั้งผ่านโทรศัพท์ , Call Group หรือ Video Call การสื่อสารระหว่างนายจ้างกับพนักงาน หรือจะพนักงานด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นทุกคนควรสื่อสารกันด้วยความเข้าใจที่ตรงกัน รับฟังปัญหาและความคิดเห็น ตั้งใจเรื่องงาน แต่อย่าลืมคุยเล่น ถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้าง อยู่บ้านเหงาไหม กลางวันกินอะไร ทำงานที่บ้านให้ได้อารมณ์เหมือนทำงานอยู่ด้วยกันที่ออฟฟิศ สู้และให้กำลังใจกัน เมื่อสถานการณ์เหล่านี้ผ่านพ้นไป จะได้กลับมาทำงานอย่างมีความสุขด้วยกันนะคะทุกคน
เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่คุณ และเพื่อเสนอเนื้อหา บริการ และโฆษณาที่คุณอาจสนใจ คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว